คำถามที่พบบ่อย
- 1. กองทรัสต์มีวิธีการจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์อย่างไรบ้าง
-
กองทรัสต์สามารถจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้ 2 รูปแบบ ได้แก่
- การจ่ายในรูปแบบเงินปันผล เป็นการจ่ายจากกำไรสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน ปรับปรุงด้วยรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสดและรายการเงินสำรองเพื่อการชำระหนี้ (แล้วแต่กรณี) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
- การจ่ายในรูปแบบเงินลดทุน เป็นการจ่ายคืนเงินให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์จากสภาพคล่องส่วนเกินของกองทรัสต์ ในกรณีที่กองทรัสต์มีผลขาดทุนทางบัญชีที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงาน ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายประโยชน์ตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลได้ แม้ว่ากองทรัสต์จะมีผลการดำเนินงานที่ดี จากการดำเนินงานให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์แทน
- 2. การจ่ายปันผลและการลดทุนเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
-
การจ่ายปันผลและการลดทุน ต่างเป็นวิธีการที่กองทรัสต์ใช้ในการจ่ายเงินให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์เหมือนกัน แต่มีข้อจำกัดและเงื่อนไขในการเลือกใช้ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การจ่ายปันผลเป็นการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ซึ่งจะต้องจ่ายให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วของรอบปีบัญชี ทำให้ในกรณีที่กองทรัสต์มีรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด จะทำให้จำนวนเงินปันผลที่กองทรัสต์จ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยต่ำกว่าความสามารถที่จะจ่ายได้จริง ดังนั้น กองทรัสต์อาจต้องพิจารณาจ่ายสภาพคล่องส่วนเกินนั้นให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในรูปแบบการลดทุนแทน
- 3. กองทรัสต์มีนโยบายการจ่ายผลตอบแทนอย่างไร
-
กองทรัสต์มีนโยบายจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วของรอบปีบัญชี โดยอาจจ่ายเป็น ประโยชน์ตอบแทนระหว่างกาล (Interim Distribution) และ ประโยชน์ตอบแทนประจำปี (Year-End Distribution) (หากมี) ทั้งนี้ กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วหมายถึงกำไรสุทธิที่หักด้วยรายการเงินสำรองที่จำเป็นตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด เช่น เงินสำรองสำหรับการซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือปรับปรุงทรัพย์สินของกองทรัสต์ และเงินสำรองเพื่อการชำระหนี้หรือภาระผูกพันจากการกู้ยืมเงิน (แล้วแต่กรณี) โดยผู้จัดการกองทรัสต์จะพิจารณาการจ่ายประโยชน์ตอบแทน ให้เหมาะสมกับสถานะเงินสดของกองทรัสต์ และจะจ่ายไม่เกิน 4 ครั้งต่อรอบปีบัญชี เว้นแต่กรณีที่มีการเพิ่มทุน ซึ่งอาจมีการจ่ายเกินกว่า 4 ครั้งตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง นกรณีที่กองทรัสต์มียอดขาดทุนสะสม ผู้จัดการกองทรัสต์จะไม่จ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ทั้งนี้ การพิจารณาจ่ายประโยชน์ตอบแทนระหว่างกาลจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทรัสต์ โดยหากประโยชน์ตอบแทนที่ประกาศจ่ายต่อหน่วยทรัสต์มีมูลค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ 0.10 บาท ผู้จัดการกองทรัสต์ขอสงวนสิทธิที่จะไม่จ่ายในงวดดังกล่าว และสะสมเพื่อนำไปรวมจ่ายในงวดถัดไป
- 4. ผู้ถือหน่วยทรัสต์ต้องเสียภาษีจากการได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือไม่?
-
การจ่ายเป็นเงินปันผล ผู้ถือหน่วยทรัสต์จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 10 เพราะถือว่าเป็นเงินได้
การจ่ายเป็นเงินลดทุน ผู้ถือหน่วยทรัสต์จะได้รับเงินคืนทุน โดยจะไม่ถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 10 เพราะไม่ถือว่าเป็นเงินได้
- 5. ลักษณะทรัพย์สินที่กองทรัสต์ลงทุนเป็นอย่างไร
-
1. อาคารโรงงานให้เช่าแบบ Detached Building
มีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวพร้อมชั้นลอยเพื่อใช้เป็นสำนักงาน หลังคาทำจากแผ่นโลหะที่มีฉนวนกันความร้อนและสันหลังคาระบายอากาศ ซึ่งก่อสร้างในบริเวณพื้นที่ที่มีรั้วกั้นเป็นสัดส่วน พร้อมด้วยป้อมยาม พื้นที่จอดรถ และพื้นที่สำหรับขนถ่ายสินค้า
2. อาคารโรงงานให้เช่าแบบ Attached Building
อาคารโรงงานให้เช่าแบบ Attached Building เป็นกลุ่มอาคารโรงงานแบบแถว หลังคาทำจากแผ่นโลหะที่มีฉนวนกันความร้อนและสันหลังคาระบายอากาศ ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวพร้อมชั้นลอยที่ใช้กำแพงร่วมกับผู้เช่ารายอื่น โดยตัวอาคารมีประตูชัตเตอร์สูง ซึ่งเหมาะกับการเข้า – ออกของรถบรรทุก ชั้นลอยสามารถนำมาใช้เป็นสำนักงานได้พร้อมสาธารณูปโภค ได้แก่ ไฟฟ้า น้ำประปา ที่ผู้เช่าสามารถเช่าและเริ่มดำเนินการได้ทันที
3. อาคารคลังสินค้าให้เช่า
คลังสินค้าสำเร็จรูปพร้อมให้เช่า (Ready – Built Warehouse) ตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญเหมาะแก่การเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ดี อาคารคลังสินค้าสามารถรองรับการจัดการคลังสินค้าสมัยใหม่ อาคารคลังสินค้าถูกออกแบบให้มีประตูสำหรับขนถ่ายสินค้า และอุปกรณ์ช่วยปรับระดับพื้นให้มีความลาดชันที่เหมาะสมกับความสูงของรถขนสินค้า
- 6. กองทรัสต์มีนโยบายการจัดหาผลประโยชน์อย่างไร
-
กองทรัสต์มีนโยบายในการนำทรัพย์สินของกองทรัสต์ ได้แก่ ที่ดิน อาคารโรงงาน และคลังสินค้า ออกให้เช่าแก่ผู้เช่าพื้นที่ เพื่อสร้างอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่เหมาะสมและยั่งยืนในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ โดยได้ว่าจ้างบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ (Property Manager) ทำหน้าที่จัดหาผู้เช่า ติดต่อและเจรจากับลูกค้า รวมถึงดำเนินการด้านการตลาดและส่งเสริมการตลาดเพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้จากทรัพย์สินของกองทรัสต์